Sunday, February 1, 2015

Problem mongo driver for php with MAMP

I try too much for install mongo driver , I use MAMP.
Step

git clone git://github.com/mongodb/mongo-php-driver.git
$ brew install autoconf
$ cd mongo-php-driver/
$ phpize
$ ./configure
$ make

but!!! I found an error!


It's not found php.h 
After I waste my time I found solution

Load php that you use (I use php version 5.5.18)
http://php.net/releases/

and then I extract file to 
/Applications/MAMP/bin/php/php5.5.18/include/php

finally 
I try again 

$ ./configure

go to /bin

./pecl install mongo

Bravo!! no error

Sunday, April 13, 2014

เที่ยวสิงคโปร์ ครั้งแรก!

                จริงๆความคิดที่จะไปต่างประเทศซักครั้งนึงในชีวิต ผมว่าพวกเราคุณๆท่านๆต้องเคยคิดอยู่แล้วแหละ ด้วยความที่เราเงินเดือนก็ไม่เยอะไม่มากมายเท่าไหร่ โอกาสก็คงไม่มากมายไปเที่ยวอย่างมากก็เพื่อนบ้านใกล้ๆ 

จนกระทั่งวันหนึ่งที่บ้านอยากไป เรื่องก็ปุบปับมาก ทุกอย่างดูเร็วไปหมด สุดท้ายเราก็ได้ไปประเทศเพื่อนบ้างห่างๆหน่อย นั่นคือ สิงคโปร์ นั่นเองงงง


งานนี้ค่อนข้างตื่นเต้นเพราะถือว่าได้ออกประเทศจริงๆ ไม่นับพม่าลาวใกล้ๆนะ 
ครั้งแรกก็มีหลายๆอย่างที่ยังไม่ค่อยรู้ ก็หาข้อมูลมาบ้างพอสมควร

ตามกำหนดการเราจองตั๋วเครื่องบิน Thai Air Asia ที่คนไทยนิยม เดินทางด้วยเที่ยวบิน FD357 เวลา 10:00 น.

หลังจากผ่านด่านตรวจสอบเอกสารและสิ่งของต่างๆแล้วเราก็ออกเดินทาง

เวลาที่สิงคโปร เร็วกว่าประเทศไทยอยู่ 1 ชั่วโมง เราจึงถึงสิงคโปรเกือบๆ บ่าย 2 โมง
บนเครื่องบินจะให้กระดาษสีขาวมาให้เราเขียนชื่อโรงแรมที่เราพักด้วย

อ่อ ลืมบอกไป ย่านที่ผมอยู่ คือสถานีรถไฟฟ้า Kallang บนถนน Geylang ซึ่งผมชอบเรียกมันผิดบ่อยๆมากๆ

สถานีรถไฟของสิงคโปรจะเชื่อมต่อกันหมด มีอยู่หลายๆสายซึ่งแนะนำให้ซื้อตัว 
ez-link เฉลี่ยแล้วครั้งละประมาณ 1$ ซึ่งจะมีค่าบัตร 5$ ซื้อขั้นต่ำ 12$ 

จากนั้นเราก็ไปยังที่พักของเรา

โรงแรม home suite hotel อยู่ที่ Geylang ซอย 6 ซึ่งย่านนี้จะเป็นโรงแรมราคาประหยัดเรียงติดกัน

ถึงแม้ว่าจะทาสีใหม่ เราก็พอดูออกว่ามันค่อนข้างเก่ามากเลยทีเดียว แต่ราคาก็ประหยัดใช้ได้

หลังจากที่เก็บของเรียบร้อยแล้ว เพื่อไม่ให้เสียเวลาเราจึงออกมาเที่ยวย่าน China town โดยขึ้นรถเมล์สาย 2 

หลังจากด่อมๆมองๆ กลัวหลงอยู่นานก็ถึงซักที ที่นี่มีห้างมากมายมีย่านขายของกิน และมีถนนที่ขายของที่ละทึก เอ้ยละลึกอยู่มากมาย 


แต่ก่อนที่เราจะซื้อของกิน เราก็มาซื้อบัตรเข้า Universal และตั๋วเข้าชมสวนบางส่วนของ Garden by the (ส่วนอื่นเข้าฟรี) สำหรับวันต่อไป ซึ่งจะราคาถูกกว่าซื้อที่หน้าเคาท์เตอร์(มั้ง)

ชั้นล่างสุดจะมีของกิน ตอนนี้เริ่มเย็นแล้วเราจึงกินข้าวเย็นที่ห้างนี้ด้านล่าง
ซึ่งเป็นมื้อแรกของที่นี่ ราคาก็มีตั้งแต่ 3.5 เป็นต้นไปราคาไม่แพงมาก แล้วปริมาณที่ได้ ค่อนข้างไซต์ยักษ์ ถ้าคุณกินน้อยแบ่งกับคนกินน้อยอีกคนน่าจะอยู่ท้องแล้วละ
เมนูที่ผมสั่งเป็นไก่ตุ๋นรวมข้าว ราคา 5$ รสชาติใช้ได้เลยทีเดียว

แล้วก็ข้ามฝั่งมาดูถนนไชน่าทาวน์ ซื้อของที่ละทึกเล็กๆน้อยๆ ราคาถูก แต่ไม่แนะนำให้ซื้อช๊อคโกแลตที่นี่






เดินมาอีกซักพักมีวัดแขกด้วย ถ่ายแต่ด้านนอกครับ ถ่ายด้านในต้องเสียตังค์ 
หลังจากนั้นก็เข้าไปช๊อปกระเป๋าเดินทางราคาไม่แพง เมื่อเทียบกะไทย หลังจากนั้นนั่งรถเมล์สาย 2 กลับ อ่อ รถเมล์ที่นี่ไม่จอดทุกป้ายที่ผ่านครับ ต้องดูว่าป้ายที่เราอยู่มีจอดด้วยไหม เป็นอันจบคืนแรก

จบทริปวันแรก

วันที่ 2 Santosa and Universal Studio 

นี่เรียกว่าเป็นไฮไลท์ยิ่งกว่าสิงโตเมอร์ไลอ้อนก็เป็นได้ เป็นสวนสนุกของค่ายภาพยนตร์ชื่อดัง ยูนิเวอร์แซล ซึ่งได้รวมเรื่องราวหนังต่างๆมาในรูปแบบของเครื่องเล่นต่างๆ ต้องบอกเลยว่าตื่นเต้นมาก

เรานั่ง MRT มายังตึก VivoCity ซึ่งจะเชื่อมต่อไปยัง Santosa

เดินมา ห้าง VivoCity เปิดพอดี

ขึ้นไปชั้นบนสุดเพื่อนั่งรถไฟข้ามไปด้วยบัตร EZ-link ใบเดิม











ของขายเยอะแยะเลย มีร้านน่ารักๆเต็มไปหมด ของฝากลิขสิทธิ์แท้(ต้องแบบนั้นอยู่แล้วสิ!) ราคาก็ใช่ย่อยนะฮะ
ที่นี่จะแบ่งเป็นส่วนๆ เริ่มจาก โซนมาดากัสก้า โซนเชรค โซนจูราซิคพาค โซนมันมี่ โซนทรานฟอร์เมอร์ โซนนิวยอร์ค



โซนมาดากัสก้าของจะแบ้วๆ หน่อยมีเรือเข้าไปดูเรื่องราวต่างๆ มีที่ให้ถ่ายรูป และก็ม้าหมุน

ต่อไปโซนเชรค






โซนนี่จะมีไฮไลท์เป็นหนังสี่มิติ เนื้อเรื่องตื่นเต้นโดนใจ

ร้านอาหารมีการตกแต่งสวยงาม

ต่อไปเป็นโซนจูราสิกปาร์ค 


หุ่นยนต์แรปเตอร์ เหมือนจริงมากๆ


โซนนี้มีไฮไลท์ที่ร่องแก่ง ซึ่งพอนั่งเล่นจริงๆแล้วรู้สึกไม่ได้ว้าวเท่าไหร่ 
มีปีนหน้าผา
มีคล้ายๆรถไฟเหาะ เรียกไม่ถูก แต่ห้อยขา


โซนต่อมาอียิป 

มีเครื่องเล่นแค่สองอย่าง มีเป็นรถคล้ายๆรถคุณปู่ กระจอกมาก ฮาฮ่า
แต่รถไฟเหาะอีกอันเจ๋งโคตร


ข้างในนี้รถไฟเหาะ ให้เต็มสิบเลยทีเดียว

โซนต่อมาเป็นโซน ไซไฟล์ 
ของเล่นหลักๆก็มีรถไฟเหาะแบบโหด กับ รถทรานฟอร์มเมอร์ 
รถไฟเหาะปิดซ่อมบำรุง เลยอดไป ไปรถทรานฟอร์มเมอร์ โคตรสนุก





โซนนิวยอร์คไม่ค่อยมีเครื่องเล่นแต่จะมีแสดงต่างๆแทน มีเต้น ร้องเพลง มีรถไฟสปาเก๊ตตี้ 
ซึ่งที่เป็นไฮไลท์คือ ฉากการถ่ายภาพยนตร์ ซึ่งตรงนี้ห้ามพลาดอีกเช่นเคย 










หลังจากนั้นก็มีคอนเสิร์ต แต่ไม่ได้เข้าไปดูเนื่องจากเริ่มหิวแล้ว และยังอยากเดินใน Santosa ต่อ
หลังจากนั้นก็นั่งไปอีกสถานีเพื่อเดินเที่ยวภายใน Santosa อีกเล็กน้อยก่อนกลับที่พัก 
จบวันที่สอง 









Friday, August 2, 2013

เรียนจบแล้วไปไหน ใครจะบอก

เคยมีใครบอกคุณไหมว่าหลังจบต้องไปสมัครงานที่นี่? หลังจากไปสมัครที่นี่เสร็จ 2 ปีให้ลาออกมาเข้าที่นี่ ? อีก 1 ปีค่อยออกมาเรียนต่อม.นี้ คณะนี้ตอนป.โท ? หลังจบมาต้องเข้าที่นี่?

ทั้งหมดทั้งปวงผมว่าไม่มีใครบอกคุณเป็นสเตปๆตรงๆหรอก ชีวิตมันไม่มีอะไรตายตัวสักอย่าง
เมื่อย้อนกลับมาดูเราก็จะพบว่าเห้ย! ที่ผ่านมาตั้งแต่ประถม มัธยม หรือกระทั่งมหาวิทยาลัย คุณแถบไม่ได้เลือกอะไรสักอย่าง!  บางคนอาจจะเถียง กูเลือกคณะเว้ย เลือกวิชาที่ชอบ หรืออย่างน้อยก็เลือกแฟนได้ ผมถามจริงๆเถอะครับ ว่าคุณเลือกแค่นั้นมันถือว่าเลือกก็จริง แต่จริงๆแล้วคุณเลือกถึงครึ่งนึงเหรอครับจากทั้งหมด

กว่าค่อนชีวิตคุณ คุณถูกชี้นำทุกอย่างไม่ว่าจะเป็น พ่อแม่ พี่ชายน้องชาย ญาติโก อะไรห่านเหวทั้งหลายนั่นแหละครับ เพื่อนเพิ่น ฟงแฟน อะไรก็ตามล้วนมีปัจจัยทำให้คุณต้องเลือกทั้งนั้น บางอย่างคุณแทบไม่ได้ตัดสินใจด้วยตัวเอง หรือ คิดเองด้วยซ้ำ ทำไมละ? แล้วมันเกี่ยวกับอะไรว่า เรียนจบแล้วไปไหน

เกี่ยวสิครับ เพราะว่ามันทำให้เราคิดไม่เป็น!! เมื่อถึงเวลาที่ต้องคิดจริงๆ คุณอาจจะได้งาน แต่ซักพักคุณก็ถามว่า ที่คุณทำมันใช่เหรอ คุณชอบเหรอ คุณทำแล้วสนุก แล้วมันต้องอยู่กับคุณตลอดไปหรือไม่ คุณชอบมันแต่คุณก็ไม่พอใจกับสิ่งที่ได้รับ แล้วอะไรคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเราละ

ไม่มีใครรู้ครับ มีแต่ตัวคุณเท่านั้นที่ต้องเลือกเอง ตัดสินใจเอง แต่เรากลับไม่ได้ตัดสินใจเอง
ผมขอพูดตรงๆจากที่กล่าวไว้เลยคือ ระบบการศึกษา ครอบครัว องค์กร ทุกอย่างของประเทศไทยครับมันอื้อทำให้เราคิดไม่เป็นอย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าเราจะทำอะไรมีคนตัดสินใจให้เสมอ เข้าอนุบาล เข้าประถม วิชานอกห้องเรียน สื่อต่างๆ ที่เรียนพิเศษ คณะ มหาวิทยาลัย เพื่อน แฟน พอจบมาเข้างาน ก็ต้องเคารพหัวหน้า ห้ามขัดผุ้ใหญ่ ใครแก่กว่าห้ามเถียง ในภาครุ่นพี่ถูกเสมอ อาจารย์ไม่ผิด ทุกๆอย่างมันทำให้เราเป็นแบบนี้

แล้วอย่างไง สุดท้ายเราก็คิดไม่ได้ พอจบออกมาไม่มีใครบอกเรา เราก็เคว้ง พวกที่ไวหน่อยก็อาจจะเจอตัวตนเร็วหน่อย หรือยอมไปปรับตัวเข้ากับสิ่งที่ไม่ใช่เรา สุดท้ายก็ต้องมีอารมณ์แบบมานั่งคิดอยู่ดี

ถ้าอยากค้นพบตัวเอง ผมอยากให้คุณกล้าที่จะลืมสิ่งที่ครูสอนมาทั้งหมด สิ่งที่พ่อแม่สอน สิ่งที่เค้ากรอกหูครับ คิดนอกกรอบไปเลยไม่ต้องทำในสิ่งที่เรียนมา ไม่ต้องทำตามใคร หาใจตัวเองครับ แล้วคุณจะพบว่าแท้จริงแล้วคุณชอบมัน แต่ที่คุณม่ได้ทำ เพราะว่าคนอื่นไม่ชอบมัน!

สุดท้ายนี้ถ้าคุณเป็นคนที่เคว้ง ยังไม่มีงาน ไม่มีอะไรเป็นหลักแหล่ง ลองออกมาจากกะลาใบนั้นดูครับ มันไม่ได้น่ากลัวเท่ากับการอยู่ในนั้นไปตลอดชีวิตหรอก